JOJO RABBIT

Jojo Rabbit ต่ายน้อยโจโจ้ (2019)

รีวิว JOJO RABBIT หนังตลกน่าดู แสบสัน ล่าสุด จาก NETFLIX

     หนังตลก Jojo Rabbit หนังฟอร์มม้ามืดที่มีชื่อชิงออสการ์ ด้วยพลอตเรื่องสุดแปลก ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือ Caging Skies ของ คริสติน ลูเน็นส์  ที่ออกมาในปี 2008 ถือเป็นหนังตลกน่าดู ที่มีสาระดี ๆ มากมาย เป็นเรื่องของ เด็กชายคนหนึ่งในค่ายยุวชนนาซี เจ้าหนูใฝ่เผด็จการนี้ ทุ่มเทกายใจให้กับการเป็นนาซี จนถึงขั้นหลอนมีเพื่อนในมโนเป็นอดอลฟ ฮิตเลอร์ (เรียกว่ามาฟอร์มหนังตลกมาก ๆ แต่ดาร์คนิด)อันที่จริงต้นฉบับในหนังสือ ค่อนข้างมืดขะมุกขะมัว แต่ฉบับหนังนั้นเน้นcomedy สุดสดใส ด้วยฝีมือ ของผู้กำกับ Taika Waititi  (ไทกา ไวติติ) ผู้กำกับชาวยิว (เป็นตลกร้ายจริง ๆ เพราะผู้กำกับเป็นยิวซะด้วย) เป็นหนังล่าสุดที่น่าดูมาก ๆ เป็นหนึ่งในหนังNETFLIX ที่คุณภาพดีอีกเรื่อง

JOJO RABBIT

สปอย JOJO RABBIT หนังตลกน่าดูที่เล่าถึงหัวใจน้อย ใต้ความเกลียดชัง

     หนังตลกที่เล่าถึงJojo (Roman Griffin Davs) ยุวชนนาซีคลั่งชาติ ที่แม่ของเขาRosie (Scarlett Johansson) ที่ฝากเขาให้เข้ายุวชนนาซี Captain K (Sam Rockwell) โจโจ้รับอิทธิพลนาซีเนื่องจากมีพ่อผู้ออกรบเพื่อรับใช้ชาติเป็นแบบอย่าง จนมีเพื่อนในจินตนาการเป็นอดอลฟ ฮิตเลอร์ แถมคุยกันได้ราวกับเป็นเพื่อนซี้เลยทีเดียว แต่สิ่งที่โจโจ้ไม่รู้คือความโหดร้ายของนาซี แม้แต่การปลูกฝังความรุนแรงในค่ายก็กลายเป็นกิจกรรมสนุกของเด็ก ๆ แต่กระนั้นแม้จะได้เชื้อโหดมากเพียงใด สุดท้ายโจโจ้ก็ยังมีส่วนดีงามในจิตใจซ่อนอยู่จากการที่เขาไม่ยอมฆ่ากระต่ายในการฝึก จนทำให้เขาได้ฉายาสุดน่ารักว่า Jojo Rabbit และด้วยความใจดี ทำให้โจโจ ต้องเจอกับอุบัติเหตุที่มาคาดฝัน จนต้องเสียโฉม และ ขาบาดเจ็บจนไม่สามารถเข้าค่ายนาซีได้ในระยะใหญ่ ๆ จนเมื่อโจโจ หายดีก็กลับเข้ากองทัพ แต่ก็ต้องทำงานเบ๊ยืนแปะป้ายโฆษณาชวนเชื่อ

JOJO RABBIT

     วันหนึ่งขณะที่โจโจ กลับบ้านเขาได้บังเอิญห้องลับห้องหนึ่ง เขาได้พบกับ เอลซ่า Elsa (Thomasin McKensie) สาวชาวยิว ที่เขาและกองทัพนาซีเกลียดนักหนา แถมเธอยังบอกว่า โรซี่ (แม่ของโจโจ) เป็นคนให้เธอซ่อนที่นี่ พร้อมทั้งขู่โจโจว่าให้ปิดเป็นความลับ และแน่นอนว่าถ้าโจโจ แจ้งเรื่องนี้แก่ทางการ ครอบครัวเขาโดนเล่นข้อหาซ่อนตัวชาวยิวแน่ ซึ่งความเป็น หนังตลกมาก ๆ ก็เริ่มจากตรงนี้แหละ ที่การพบกันของทั้ง2เป็นจุดขัดแย้งกันสุด ๆ

     วันต่อมาด้วยความซื่อสัตย์โจโจ จึงถาม Captain K ว่าถ้าเจอชาวยิวให้ทำอย่างไร ซึ่งกัปตันก็ตอบว่าให้แจ้งทางการ แต่ไม่ต้องคิดมากหรอก เพราะปกติคนยิวกับคนเยอรมันมองกันเผิน ๆ แทบจะแยกไม่ออก  โจโจจึงเกิดไอเดียว่า จะหลอกหาข้อมูลชาวยิวจากเอลซ่า และ ทำหนังสือแจกให้คนนาซีแยกชาวยิวออก  โจโจ จึงกลับบ้านไปหลอกถามข้อมูลเอลซ่า ซึ่งเอลซ่าก็รู้ทันเลยแกล้งพูดมั่ว ๆ ไป แต่โจโจเองก็เชื่อสนิท แถมยิ่งคุยกันก็ยิ่งสนิทกันอีก จน โจโจ เริ่มทะเลากับฮิตเลอร์ในหัวของตัวเอง

JOJO RABBIT

     แต่แล้ววันหนึ่ง มีกัปตัน k พาหน่วยเกสตาโป (หน่วยลับของเยอร์มัน)มาที่บ้านของโจโจและขอค้น เอลซ่าจึงสวมรอยเป็นพี่สาวของโจโจที่หายตัวไป   แต่กัปตันkไม่เชื่อจึงขอหนังสือยืนยัน แล้วถามวันเดือนปีเกิด ซึ่งเอลซ่าก็ตอบถูก พวกทหารจึงกลับไป แต่เมื่อทหารออกไปแล้ว เอลซ่ากลับตัวสั่น เพราะเธอดูเอกสารแล้ว เธอตอบผิดทั้งหมด แต่เธอไม่รู้ทำไมทหารคนนั้นถึงช่วยเธอ แต่แล้วจุดสุดท้ายของสงครามก็เริ่มขึ้น  ความรุนแรงขอสงคราม ทำให้เยอรมันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และ โจโจต้องสูญเสียทุกอย่าง เขาสูญเสียทั้งญาติมิตร ทั้งความเชื่อถือ ทั้งชาตินิยมที่เขาหล่อหลอมตัวเองมาตลอด จนถึงจุดหนึ่งที่โจโจต้องตัดสินใจว่าสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตเขาในอนาคตคืออะไร จุดจบก็พอเดากันออก แต่มีฉากที่ ตลกมาก ๆ หลายฉาก

JOJO RABBIT

สรุป JOJO RABBITหนังตลกน่าดูที่สอนให้เรารู้จัก สิ่งที่เรายึดถือ

     เป็นหนังตลกน่าดูทำมาได้ดีมากในหลายแง่มุม ด้วยเนื้อหาของหนัง ข้อความสอดแทรกผ่านตัวละครต่าง ๆ  propaganda ที่เป็นเครื่องมือในการล้างสมองคนมาทุกยุคทุกสมัย การแสดงของตัวละครทำออกมาได้ดีมาก ๆ ทุกตัว หลายฉากที่ขำในท่าของตัวละคร และจังหวะสุดฮาของหนัง นักแสดงทุกคนทำให้ท่าทางได้เข้าจังหวะ ตลกมาก ๆ แม้แต่ฉากแขวนคอตอนต้นเรื่องที่ควรจะโหด แต่ดูแล้วก็ขำ เหมือนหนังตลกแนวเจ็บตัว   ต้องกราบความสามารถในการกำกับและเขียนบท ที่ทำให้เรื่องที่ดูดาร์คขนาดนี้กลายเป็น หนังตลกน่าดู ได้ ทั้งในเรื่องของท่าทาง และการประชดเสียดสี ถึงใครจะว่าเป็นหนังประชดนาซี แต่เอาจริง ๆ ในสังคมตอนนี้หลายประเทศล้วนมีลัทธิคลั่งการเมืองไม่ต่างกันมาก แม้ภาพจะไม่ออกสุดโต่งแบบไหนหนัง แต่แนวคิดเรื่องการปลูกฝังความเกลียดชังก็ไม่ต่างกันนัก จุดที่ชอบมากคือการนำเสนอความขัดแย้งระหว่างความเกลียดชัง กับความเข้าใจกันในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง โจโจเป็นเหยื่อของความเกลียดชังฝังหัวชนิดเห็นภาพหลอน ซึ่งตัวภาพหลอน ก็เหมือนpropaganda อย่างหนึ่ง ชุดความเชื่อความยึดติดที่สร้างเป็นตัวตนขึ้นมา ในขณะที่จิตใจส่วนที่งามในฐานะมนุษย์ของเขาที่มีความรักความเมตตาก็ค่อยเติบโดขึ้นผ่านการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน  ตัวละครอื่น ๆ อย่าง captain k  และโรซี่ เองก็เป็นตัวจุดประกายสำคัญที่ทำให้โจโจเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง จากการสอนให้โจโจ เข้าใจถึงค่านิยมpropaganda ที่ตนเชื่อมาตลอดว่า มีความหมายอย่างไร แท้จริงสิ่งสำคัญจริง ๆ คืออะไร ค่านิยมกับความเป็นคนแท้ ๆ ซึ่งโรซี่เลือกที่จะเชื่อในความเมตตาและความเท่าเทียมของมนุษย์ แต่ก็ยังต่อต้านด้วยสันติวิธีช่วยเหลือเมื่อมีโอกาส ซึ่งมันค่อนข้างดีกว่า การใช้ความรุนแรงที่ก่อให้เกิดความรุนแรงยิ่งขึ้น สรุปแล้วนี่คือหนังตลกระดับออสการ์ที่ความหมายดี ทั้ง ตลกน่าดู ตลกมาก ๆ  และจรรโลงใจอย่างยิ่ง